

เมื่อพูดถึง ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงดอกไม้ไฟ ชุดยูกาตะ และเทศกาลประจำฤดูร้อนที่จัดขึ้นทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata Festival), โอบ้ง (Obon Matsuri), ฮากาตะ กิออน ยามากาซะ (Hakata Gion Yamagasa) หรือเทศกาลดอกไม้ไฟชื่อดังในหลายเมือง
แต่หากพูดถึง เทศกาลเต้นรำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น คงไม่มีงานไหนโด่งดังไปกว่า เทศกาล Awa Odori ที่เมืองโทคุชิมะ (Tokushima) ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางมาร่วมสัมผัสบรรยากาศอันคึกคักทุกปี
Awa Odori คืออะไร?
Awa Odori Kaikan เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่รวบรวมเรื่องราวของเทศกาล Awa Odori และเป็นสถานที่จัดการแสดงตลอดทั้งปี ส่วนเทศกาล Awa Odori จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่ 12–15 สิงหาคม ณ เมือง Tokushima บนเกาะชิโกกุ (Shikoku) ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลโอบ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีทั้งนักเต้น นักดนตรี และผู้ชมหลายล้านคนเข้าร่วมในแต่ละปี
จุดกำเนิดของเทศกาลที่มีอายุกว่า 400 ปี
Awa Odori มีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 โดยเชื่อกันว่าเริ่มขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการสร้างปราสาทโทคุชิมะ และต่อมาได้พัฒนาเป็นการเต้นรำพื้นบ้านที่สืบทอดต่อกันมาหลายร้อยปี คำว่า “Awa” คือชื่อเดิมของจังหวัดโทคุชิมะ ส่วนคำว่า “Odori” หมายถึง “การเต้นรำ” ปัจจุบันเทศกาลแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทศกาลพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
ไฮไลต์ของเทศกาล Awa Odori
ภายในงานจะเต็มไปด้วยขบวนเต้นรำที่เรียกว่า Ren (連) ซึ่งแต่ละกลุ่มประกอบด้วยนักเต้นและนักดนตรีจำนวนมาก จะบรรเลงไปพร้อมกับจังหวะการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศสนุกสนานไปทั่วทั้งเมือง นักเต้นหญิงจะสวม ชุดยูกาตะ พร้อมหมวกฟางทรงสูง ส่วนผู้ชายจะสวม ชุดฮัปปิ (Happi) และกางเกงขาสั้น พร้อมเต้นอย่างพร้อมเพรียงตลอดเส้นทาง เสียงดนตรีจาก
- กลองไทโกะ
- ชามิเซ็ง
- ขลุ่ยญี่ปุ่น
- ระฆัง
ถนนทั้งเมืองกลายเป็นเวทีการแสดง
ในช่วงค่ำ ตั้งแต่ประมาณ 18.00–22.30 น. ถนนสายหลักของเมืองโทคุชิมะจะถูกปิดเพื่อเปลี่ยนเป็นเวทีการแสดงขนาดใหญ่ นักเต้นจากทั่วประเทศญี่ปุ่น รวมถึงนักแสดงจากต่างประเทศ จะมาร่วมโชว์ฝีมือกว่า 1,000 คน สร้างสีสันและความคึกคักให้กับเมืองตลอดทั้ง 4 วันของงาน ซึ่งมีค่าเข้าชมประมาณ 800–2,100 เยน (ขึ้นอยู่กับประเภทที่นั่ง) นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมได้ทั้ง
- โซนชมฟรี
- อัฒจันทร์แบบมีที่นั่ง
- ที่นั่งพิเศษติดขบวนพาเหรด
สนุกได้ทั้งครอบครัว
นอกจากการแสดงเต้นรำแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยบรรยากาศแบบงานวัดญี่ปุ่น จึงเป็นเทศกาลที่เหมาะกับทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ มีกิจกรรมให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุก เช่น
- ซุ้มอาหารญี่ปุ่น
- ร้านขนมพื้นเมือง
- เกมงานวัด
- ของเล่นสำหรับเด็ก
- ร้านขายของที่ระลึก
- ชุดยูกาตะและเครื่องประดับญี่ปุ่น
ทำไม Awa Odori ถึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก
เทศกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงพื้นบ้าน แต่ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมเต้นกับขบวนได้ในบางช่วง ทำให้ทุกคนได้สัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ด้วยสีสันของชุดยูกาตะ เสียงดนตรีพื้นเมือง และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทำให้ Awa Odori เป็นหนึ่งในเทศกาลฤดูร้อนที่หลายคนอยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต









